Nick's profilePHILIPS.™ nick.-PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    April 20

    ทางเลือก

    นี่คือเรื่องสมมติเรื่องหนึ่ง.....
     
              พรุ่งนี้ผมรับปาก 'แม่' เอาไว้ว่า จะพาแม่ไป'ทานข้าวนอกบ้าน  แต่บังเอิญมีเพื่อนทั้งแก๊งแจ้งมาพร้อมกันว่า
    ให้ผมไป 'งานเลี้ยงวันเกิดเพื่อน' ด้วยเช่นกัน
     
              นั่งคิด นอนคิด ยืนคิด อย่างไรเสีย คงต้องใช้เวลาทั้งวันเกี่ยวกับงานวันเกิดเพื่อนของผม
     
              ผมรักแม่ จึงไม่อยากผิดนัด.....แต่ผมก็รักเพื่อน และไม่อยากทำให้เพื่อนผิดหวัง.....ผมควรจะทำอย่างไรดี ?

        ทางเลือก     
              หนึ่ง...ขอเลื่อนนัดเพื่อน เป็นวันถัดไปโดยบอกเหตุผลไปตรง ๆ  ถ้าเขาเข้าใจและผมเป็นคนสำคัญ
    ก็นับเป็นเรื่องดี...แต่ถ้าไม่เพื่อนๆ คงข้องใจกันยกใหญ่.....เพื่อน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผมมีชีวิตความเสุขอยู่ในปัจจุบันนี้
     
              สอง...บอกแม่ไปตรง ๆ เลยว่า มีเพื่อนจัดงานเลี้ยงด่วนเพิ่งบอกมา เอาไว้มะรืนนี้เราค่อยไปนะแม่.....แม่คงบอกว่า 'ไม่เป็นไรหรอก'
    สีหน้าของแม่ผู้ชราอาจจะเศร้านิดหน่อย.....แต่นั่น มันก็เพียงพอที่จะทำให้ผม 'หัวใจเบาโหวง' .....แม่ เป็นอะไรที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผม
    ถ้าไม่มีแม่ ผมก็คงไม่มีวันนี้.....แล้วผมจะทำร้ายจิตใจของแม่ เพียงเพื่อเห็นแก่ความสำเริงใจ กับเพื่อนๆ อย่างนั้นหรือ ?.....ผมเห็นแก่ตัวเกินไปหรือเปล่า ?
     
              สาม...อย่างนั้น ผมก็เอาแม่ไปงานด้วยซะเลย  ให้แม่เดินเล่นอยู่แถว ๆ งานนั่นแหละ พอแม่หิว ก็ให้ไปหาข้าว หรืออะไรก็ได้ มานั่งกินกันสองแม่ลูก (อาจจะมีเพื่อนอีกสี่-ห้าคนผสมโรงด้วย)
     
              สี่...โชคดี ที่มันเป็นเรื่องสมมติ

             
              เรื่องนี้ ผมไม่ต้องการ 'คำตอบ' อะไรหรอกนะครับ.....แค่คิดเล่นเพลิน ๆ
              ตอนแรกตั้งใจจะเล่านิทานสักเรื่อง แต่ไม่รู้จักเขียนไร (อัพบล็อกทุก 1 ปี 55+) ชีวิตการทำงานในอนาคตไม่อยากนึกถึงเลย ><

              แด่ความวุ่นวายในชีวิต ที่รอคิวถามหาในวันพรุ่งนี้..... 
    April 20

    ....เปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ (กับน้องพร!?)

         อยากรู้จริงๆ ว่าสองอาทิตย์นั้น “น้องพร” ไปทำอะไรมา…
    ในโฆษณาครีม    
    “อีกสองอาทิตย์อย่าลืมมารับพรนะ!”

                          

         สองอาทิตย์ให้หลัง เจ้าหนุ่มไม่ลืมสัญญา มารอรับน้องพรก่อนเวลารถไฟจะเข้าเทียบ
    แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น! เพราะเขาเกือบจะจำน้องพรไม่ได้
    วันนี้ผิวพรรณเธอขาวเด้งจนสถานีรถไฟสว่างจ้าไปหมด
         “จำพรไม่ได้หรือคะ”        
    น้องพรเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงแฝงความภูมิใจ
    แล้วทั้งคู่โผเข้ากอดกันอย่างมีความสุขราวกับได้รับชัยชนะที่ยิ่งใหญ่

         น่าสงสัยว่า ภายในเวลาแค่สองอาทิตย์เธอทำอย่างนั้นได้อย่างไร?
    ครีมทาหน้าซองละสิบบาทซองเล็กๆ ที่ก่อนหน้านี้เธอฝากแฟนซื้อขณะอยู่ที่สถานีรถไฟ
    พอซื้อไปใช้ เธอก็กลายเป็นน้องพรคนใหม่

         ใครจะปักใจเชื่อว่าครีมสิบบาทจะเปลี่ยนน้องพรได้ขนาดนั้น เป็นไปได้ว่าเธออาจนั่งรถไฟเข้ากรุงเทพฯ   เพื่อมายันฮี หรือไม่ก็ถูกสารกัมมันตภาพรังสีจนผิวเรืองแสงเช่นนั้น

         ลองมาคิดในแง่การสื่อสารแล้ว โฆษณานี้ชนะเราแล้ว!

         ด้วยเหตุการณ์สั้นๆ ของคู่รักในโฆษณา มันได้แฝงข้อมูลสำคัญเข้าไปอย่างแยบยล
    หนึ่งคือพูดเรื่องราคาของครีมทาหน้าที่แสนจะถูก สองคือบอกเงื่อนเวลาที่แสนจะสั้น สู่ความขาวเด้ง

         และสาม มันได้สร้างความหวังให้เกิดขึ้นว่า เราสามารถ “เปลี่ยนเป็นคนใหม่” ได้ โดยไม่ต้องไปเกิดใหม่

         โฆษณาทำให้เรารู้สึกถึงพลังวิเศษของครีมซองเล็กๆ ซองนั้น ที่น้องพรฝากซื้อ
    “อีกสองอาทิตย์อย่าลืมมารับพรนะ!”

          ในประโยคนี้ เหมือนกับคนคิดโฆษณาอยากจะบอกว่า หากใครได้ซื้อหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซองนี้ไปใช้แล้ว  อีก 14 วันให้หลัง ผู้ใช้จะได้รับ “พรวิเศษ” ที่จะเสกให้กลายเป็นคนใหม่

           เหมือนกับการที่คุณ กล้าที่จะเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่  ที่ต่างไปจากเดิม 
    การเป็นคนเดิมมันไม่เลวร้ายอย่างนั้นหรอก ถ้าจะเป็นคนใหม่เราเป็นได้ทุกวันอยู่แล้ว
    ทุกคนต่างเติบโตและได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สิ่งที่เราคิดในวันนี้อาจเป็นคนละเรื่องกับสิ่งที่เราเชื่อในเมื่อวาน

           มีอีกตั้งหลายอย่างที่เปลี่ยนเราเป็นคนใหม่อย่างแท้จริงได้
           ผมจะพยายามทำต่อไป แม้จะรู้ดีว่า ใครๆ ก็อยากจะมารับ “พร”